“BANPU” เปิดแผน 5 ปีหลังควบรวม BPP เดินหน้าลงทุน 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯภายในปี 2573 ขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ตั้งเป้า EBITDA เติบโต 1.5 เท่า พร้อมศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ใน Jack County รัฐ Texas รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดแผนการดำเนินงานหลังการควบรวมกับบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่ดำเนินงานครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงสหรัฐอเมริกา พร้อมวางเป้าหมายขยายขีดความสามารถด้านพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมดิจิทัลและธุรกิจไฮเปอร์สเกลเลอร์ (hyperscalers)
สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านปูกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโต ด้วยโครงสร้างธุรกิจพลังงานที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การผลิต และการจำหน่ายพลังงาน ไปจนถึงการรองรับความต้องการใช้พลังงานของธุรกิจไฮเปอร์สเกลเลอร์ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับสูง
“แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 3 สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากไตรมาส 1 มาสู่ไตรมาส 2 โดยสงครามส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชน ขณะที่บริษัทมองว่าการอยู่ในจุดที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญ และเชื่อว่าบ้านปูยังอยู่ในจุดที่เหมาะสม ทั้งในเอเชียและสหรัฐฯ”
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1.44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการดำเนินงานได้ขับเคลื่อนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (US closed-loop gas) กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ลงทุน 3 พันล้านเหรียญใน 5 ปี
บ้านปูตั้งเป้าหมาย EBITDA เติบโต 1.5 เท่าภายใน 5 ปี โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและกลุ่มธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 50% ภายใน 5 ปี ขณะที่ธุรกิจเหมืองยังเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสด และบริษัทจะให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดจากธุรกิจดังกล่าวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจหลักที่ค่อนข้างมั่นคง ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า และถ่านหิน ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดที่ดี ขณะเดียวกันทั้ง 3 ธุรกิจหลักยังมีการเติบโต โดยในช่วงปี 2569-2571 บริษัทจะเริ่มลงทุนในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น ตามทิศทางที่บริษัทให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการเติบโต
ทั้งนี้ บ้านปูได้เตรียมงบลงทุนรวม 3 พันล้านเหรียญภายในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2569-2573 โดยประมาณ 60% จะลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ อีก 40% ลงทุนในกลุ่มเหมืองยุคใหม่ และธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
ตั้งโรงไฟฟ้าใหม่ Jack County
สำหรับกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ในปี 2569 บ้านปูตั้งเป้าหมายการผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ผลิตได้ 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าต่อยอดกำลังผลิตไฟฟ้า 1.5 กิกะวัตต์จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I&II โดยเตรียมพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในพื้นที่ Jack County รัฐ Texas บนพื้นที่กว่า 6,000 เอเคอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่คนละแห่งกับโครงการเดิมที่เมือง Temple
ปัจจุบันโครงการ Jack County อยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจากับคู่สัญญา โดยหากสามารถเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (power purchase agreement) ได้สำเร็จ บริษัทจะสามารถเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวได้
สำหรับแนวคิดการพัฒนาโรงไฟฟ้า Jack County มุ่งรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ขนาดโครงการ โครงสร้างการพัฒนา และระยะเวลาการดำเนินงาน จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสัญญาที่บริษัทสามารถทำได้กับคู่สัญญา
นอกจากนี้ บริษัทจะนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (carbon capture, utilization and storage) มาใช้ควบคู่กัน โดยตั้งเป้าหมายกักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2571

ดันการผลิตเหมืองยุคใหม่
สำหรับกลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ ใน 3 ภูมิภาคหลัก ยังคงมุ่งรักษาความแข็งแกร่งด้านการผลิตและการขาย ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่
ในอินโดนีเซีย บริษัทตั้งเป้าหมายการผลิตไว้ที่ 22-22.5 ล้านตัน และเป้าหมายการขายที่ 28.2 ล้านตัน โดยภาพรวมการผลิตยังเป็นไปตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายปี 2569 และเตรียมเร่งกำลังการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปีให้เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก
ขณะที่ออสเตรเลีย บริษัทตั้งเป้าหมายการผลิตและการขายไว้เท่ากันที่ 7.9 ล้านตัน โดยการผลิตยังเป็นไปตามแผน พร้อมผลักดันเป้าหมายการผลิตถ่านหินดิบสู่ระดับ 4.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 32% จากครึ่งปีแรก ส่วนการดำเนินงานในภูมิภาคจีนและมองโกเลีย ตั้งเป้าหมายการผลิตรวม 12.5 ล้านตัน และเป้าหมายการขาย 10.9 ล้านตัน
นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าแสวงหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจแร่กลยุทธ์ (strategic minerals) เช่น นิกเกิล และบอกไซต์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตและระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ
เดินหน้า BESS 10 โครงการ ภายในปี 2572
สำหรับกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง บริษัทขยายศักยภาพแพลตฟอร์มไฟฟ้าครบวงจรในตลาดสำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าในระดับสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการซื้อขายพลังงาน
บริษัทมองหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบวงจรรวม (combined cycle gas turbine) ในสหรัฐฯ และเอเชีย เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้น และเชื่อมโยงระหว่างภาคพลังงานกับอุตสาหกรรมดิจิทัล ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่อนาคตของสังคมคาร์บอนต่ำ
สำหรับโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาภายในปี 2572 มีทั้งหมด 10 โครงการ รวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดยโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ Megamouth ความจุ 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ และโครงการ Wooreen ความจุ 1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย

ส่งมอบโซลูชันมุ่งสู่ net zero
สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต บริษัทมุ่งต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบโซลูชันมุ่งสู่ net zero แบบครบวงจร รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือและบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางดังกล่าวยังสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย net zero ของลูกค้าทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของ AI
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยี AI ที่มีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต ผ่าน corporate venture capital หรือหน่วยงานลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจแห่งอนาคตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ภาพ : บ้านปู
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สินนท์ ว่องกุศลกิจ ขับเคลื่อนพลังงานยุคใหม่ Next-Gen Power
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


