ปี 2025 Generali Thailand โตแกร่ง ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวม 16,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% สูงกว่าภาพรวมตลาด พร้อมลุยปี 2026 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ตั้งเป้าเติบโตระดับเลขสองหลัก ควบคู่กับการขยับสู่ Top 3 ของตลาดประกัน
Arsh Kaumi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ (Generali Thailand) เผยว่า ตลอดปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งเน้นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาว ผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทั้งด้านช่องทางจัดจำหน่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรของบริษัท
ส่งผลให้ใน 2025 เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) อยู่ที่ 16,100 ล้านบาท เติบโตถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางภาพรวมของตลาดที่เติบโตราว 4%
ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจและช่องทางการขายหลัก Arsh Kaumi เผยว่า ช่องทางธนาคารมีการเติบโตสูง โดยยอดขายเบี้ยประกันปีแรกเพิ่มขึ้น 87% ส่วนช่องทางตัวแทนประกันเพิ่มขึ้น 14% ขณะที่ช่องทางขายตรงอยู่ในอันดับ 5 ของตลาดประกันชีวิต และประกันกลุ่มอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดสวัสดิการพนักงานสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ด้านช่องทางดิจิทัลมีผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่น GEN365 มากกว่า 600,000 ราย และมีพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 42 ราย ณ เดือนธันวาคม 2025
สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่บริษัทพัฒนาผ่านแอปพลิเคชั่น GEN365 มีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการดูข้อมูลกรมธรรม์ การยื่นเคลมออนไลน์ และรับข้อเสนอเฉพาะบุคคล โดยปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ใช้งานประจำรายเดือนอยู่ที่ 30% และมีการใช้บริการเคลมออนไลน์คิดเป็น 66%
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทดูแลลูกค้ามากกว่า 1.6 ล้านราย ผ่านช่องทางการขายแบบ Multi-Channel Distribution ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทุกช่องทางการให้บริการ โดยคะแนนความพึงพอใจโดยรวมที่มีต่อแบรนด์ (Relational Net Promotor Score : RNPS) ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
“เมื่อปีที่แล้ว เราบอกว่าจะตั้งเป้าเติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก และ GWP ของเราก็เติบโตถึง 22% สิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุดคือ RNPS ซึ่งเป็นคะแนนที่แสดงให้เห็นว่าเรารับฟังเสียงจากลูกค้าเสมอ ในปี 2025 เรามีจำนวนลูกค้ามากถึง 1.6 ล้านคน และมีจำนวนเคลมมากกว่า 1 ล้านรายการ เวลาเราซื้อประกันเพราะคิดว่ามีความเป็นไปได้ หรือมีความเสี่ยงบางอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือครอบครัว และเมื่อมันเกิดขึ้นมา สิ่งที่คนให้ความสำคัญที่สุดคือการเคลม”

สำหรับปี 2026 Arsh Kaumi คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทาย บริษัทประกันภัย จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและความเสี่ยงการเงินมากยิ่งขึ้น
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จึงได้เตรียมต่อยอดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยการเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก โดยแบ่งเป็น การยกระดับช่องทางการขายผ่านการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน โดยยึดความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม
ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ตั้งเป้าหมายในการก้าวขึ้นสู่ 5 อันดับแรกของตลาดประกันชีวิตรวมถึงประกันสุขภาพ และปีนี้ได้ยกระดับเป้าหมายสูงขึ้น โดยมุ่งสู่การเป็น 3 อันดับแรกของตลาด สำหรับกลยุทธ์ด้านการขาย บริษัทให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากองค์กรต่างๆ ที่เลือกบริษัทให้เป็นตัวแทนดูแลลูกค้าของตน
กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตยังคงเน้นการสร้างพันธมิตรเป็นหลัก ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านประกันสุขภาพที่เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เช่น ประกันสุขภาพเบี้ยต่ำที่สามารถชำระค่าเบี้ยเป็นรายเดือนได้ ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2026 จะมีพันธมิตรกลุ่มสถาบันการเงินเพิ่มอีกประมาณ 3-4 ราย ขณะที่พันธมิตรในกลุ่มอื่นๆ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 8-10 ราย
“แม้ปีนี้จะเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย แต่บริษัทคงตั้งเป้าการเติบโตในระดับเลขสองหลักเช่นเคย โดยผลประกอบการในไตรมาส 1 ที่เพิ่งสิ้นสุดลง สามารถเติบโตได้ในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” Arsh Kaumi กล่าว
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ธนชาตประกันภัย พัฒนา 4 โปรดักส์ใหม่ตอบโจทย์คนใช้รถมากขึ้น ตั้งเป้าเบี้ยปี 69 โต 13,000 ล้าน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

