ตลาด Food & Beverage กลายเป็นหนึ่งในสนามที่คนบันเทิงรุ่นใหม่เลือกเริ่มต้นธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาโปรดักต์ สร้างแบรนด์ ไปจนถึงการขยายสาขา หลายคนเริ่มมีแนวคิดธุรกิจที่ชัดเจน ทั้งการวางตำแหน่งสินค้าและการต่อยอดแบรนด์ให้เติบโตในระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือทำและบริหารอย่างจริงจัง
“ดาราทำธุรกิจ” อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการบันเทิงไทย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือบทบาทของคนบันเทิงที่ขยับจากการเป็นเพียงพรีเซนเตอร์หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์มาสู่การเป็น “เจ้าของแบรนด์” และ “ผู้ประกอบการ” อย่างเต็มตัว
โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ F&B (Food & Beverage) ที่หลายคนไม่ได้เพียงเปิดร้านตามกระแส แต่เริ่มวางโครงสร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์ และขยายสาขาอย่างเป็นระบบ ตลอดจนบริหารผลประกอบการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการต่อยอดจาก “ชื่อเสียง” ไปสู่ “การสร้างมูลค่าทางธุรกิจ” ที่จับต้องได้ ผ่านแบรนด์ที่เติบโตควบคู่ไปกับตัวตนของพวกเขาเอง และนี่คือตัวอย่าง 8 ดาราที่น่าสนใจในฐานะนักธุรกิจ
1. พีช-พชร จิราธิวัฒน์
เมื่อพูดถึงดาราที่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้ประกอบการ ชื่อของ พีช-พชร จิราธิวัฒน์ มักถูกกล่าวถึงเป็นลำดับต้นๆ นักแสดงหนุ่มรายนี้เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ และเริ่มเรียนรู้การทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี จากการฝึกงานเป็นแคชเชียร์และพนักงานจัดสต๊อกสินค้าที่เซ็นทรัล ชิดลม จึงไม่น่าแปลกที่จะซึมซับแนวคิดด้านธุรกิจจากครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางธุรกิจของเขาเริ่มต้นจาก Potato Corner ที่ปัจจุบันกลายเป็นแบรนด์ของกินเล่นที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง ก่อนจะต่อยอดไปสู่แบรนด์อย่าง Khao-So-i และ UNO Coffee ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น โดย 3 แบรนด์ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ร็อคส์ พีซี จำกัด และข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 790,519,948 บาท และมีกำไร 62,156,112 บาท
ไม่เพียงเท่านั้น พชรยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ต่อยอดสู่ตลาดขนมพรีเมียม ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ MAW (มาว) ข้าวเกรียบกุ้งสไตล์ Global Taste ประเดิมวางจำหน่ายใน Tops กว่า 700 สาขาทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้ารายได้ในปีแรกไว้ที่ 55-71 ล้านบาท
2. อิน-สาริน รณเกียรติ
อิน-สาริน รณเกียรติ เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ประสบความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม F&B จากการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ ไท้-วสุวัส คูหาเปรมกิจ พัฒนาแบรนด์ Holiday Pastry ร้านขนมและ All Day Dining ที่เริ่มต้นจากช่องทางออนไลน์ ก่อนขยายสู่หน้าร้านในรูปแบบ Flagship Store ย่านเจริญนคร และศูนย์การค้าชั้นนำ โดยข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2567 บริษัท เดอะ ฮอลิเดย์ จำกัด มีรายได้รวม 58,749,726 บาท รวมถึงการต่อยอดเมนูอย่างทาร์ตไข่พรีเมียมสไตล์ฮ่องกงที่ได้รับความนิยมในวงกว้างภายใต้แบรนด์ Yolk ที่ยอดขายรวมทะลุ 100 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 3 ไตรมาส (พ.ย.2567-ส.ค.2568)
นอกจากนี้ สาริน ยังมีแบรนด์อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นร้าน เฮ หมูกระทะ, แบรนด์เสื้อผ้า Hye Everyday, แบรนด์เครื่องประดับ hye.bkk และธุรกิจให้เช่าพื้นที่ Ours
3. วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร
วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ต่อยอดสู่การทำธุรกิจในกลุ่ม F&B ได้อย่างชัดเจน โดยมีแบรนด์หลักคือ SOURI ร้านมาการองและขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจเริ่มต้นในปี 2563 จากโมเดลพรีออเดอร์ ก่อนจะพัฒนาไปสู่หน้าร้านจริง และขยายสาขามากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ
ในด้านผลประกอบการ แม้จะมีช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญภาวะขาดทุนบ้าง แต่ในปี 2567 บริษัท ริชสไมล์ จำกัด มีรายได้รวม 155,894,814 บาท และสามารถกลับมาทำกำไรได้ 17,285,375 บาท
4. ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร
ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร นักแสดงจากช่อง 3 ที่ขยายบทบาทสู่การเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจ F&B ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ YoPPa Yogurt (โยปป้า โยเกิร์ต) ซึ่งเป็นโยเกิร์ตปั่นที่เน้นโปรตีนสูง ดำเนินงานภายใต้ บริษัท เด็กพุงป่อง จำกัด
ชื่อบริษัท เด็กพุงป่อง สะท้อนภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ขณะที่ตัวแบรนด์วางตำแหน่งอยู่ในกลุ่มสินค้าสายสุขภาพและไลฟ์สไตล์ แม้จะเป็นธุรกิจในช่วงเริ่มต้น แต่มีแผนขยายผ่านโมเดลแฟรนไชส์ โดยตั้งเป้าเปิดเพิ่ม 50 สาขา และวางเป้ารายได้ปีแรกไว้ที่ 50 ล้านบาท
5. บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล
บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เป็นศิลปินที่ต่อยอดสู่บทบาทนักธุรกิจได้อย่างชัดเจน โดยมีค่ายเพลง Billkin Entertainment เป็นแกนหลัก ซึ่งในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 135,207,813 บาท และมีกำไร 31,891,074 บาท ควบคู่กับการพัฒนาแบรนด์ส่วนตัวอีกหลายประเภท ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปาก Caremate (ร่วมกับพีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) แบรนด์สกินแคร์และแฟชั่น REROUTE รวมถึงอาหารเสริม WITAL ที่ทำร่วมกับครอบครัว
ในกลุ่มธุรกิจ F&B บิวกิ้นยังถือหุ้นในแบรนด์ไอศกรีมโยเกิร์ต YoLe จากสเปน ซึ่งดำเนินงานในประเทศไทยภายใต้ บริษัท เมจิคอล คราฟส์แมน จำกัด โดยปัจจุบันมีสาขาให้บริการมากกว่า 10 แห่ง และข้อมูลปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 69,215,584 บาท และมีกำไร 3,157,673 บาท
6. ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์
ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ นักแสดงช่อง 3 และทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจส่งออกอาหารแช่แข็ง “เศรษฐชล” ขยายบทบาทสู่การเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ควบคู่กับงานในวงการบันเทิง โดยเธอมีแบรนด์ในมือหลายกลุ่ม ทั้งแฟชั่นในชื่อ Keep Silent, แบรนด์ชาผลไม้ Chago และผลิตภัณฑ์โปรตีนเพื่อสุขภาพ Omu & Co.
แม้จะมีผลงานในฐานะพรีเซ็นเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์จำนวนมาก แต่เธอยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความสนใจคือการเปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่ม Chago ซึ่งเป็นแบรนด์ชาผลไม้ที่พัฒนาร่วมกับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร “รวยไม่หยุด” (เจ้าของแบรนด์ Nice Two Meat U) โดยเธอมีบทบาทในฐานะผู้บริหารและหุ้นส่วนของแบรนด์
7. หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง
หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่ขยายบทบาทสู่การเป็นผู้ประกอบการ โดยบริหารธุรกิจของตัวเองหลายประเภท ผ่านการสร้างแบรนด์ควบคู่กับพลังของฐานแฟนคลับ ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และอาหาร ได้แก่ AlwaysWonder, Kwong Pastry และ Kwong Kee Roast
ในกลุ่มแฟชั่น AlwaysWonder เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากการทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย และการจัด Pop-up Store ซึ่งสร้างกระแสตอบรับได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 บริษัท วาสท์ เวลธ์ จำกัด มีรายได้รวม 43,617,720 บาท ขณะที่ Kwong Pastry เป็นแบรนด์ขนมไข่สไตล์ฮ่องกงที่เธอพัฒนาและทำตลาดด้วยตัวเอง
โดยล่าสุด เธอได้ต่อยอดสู่ธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการเปิด Kwong Kee Roast ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงที่พัฒนาร่วมกับครอบครัว โดยนำเสนอเมนูหมูแดงสูตรเฉพาะตัว
8. อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ
อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่เริ่มต้นธุรกิจจากความสนใจส่วนตัว โดยร่วมลงทุนกับเพื่อนอีก 2 คน เปิดแบรนด์ NOOD’S ก๋วยเตี๋ยวแห้งเส้นคลุกในรูปแบบบรรจุกล่อง ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาได้ราว 6 เดือนแล้ว และมีการเปิด Pop-up Store แล้ว 4 สาขา
จุดเริ่มต้นของแบรนด์มาจากความชื่นชอบก๋วยเตี๋ยวของผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คน ประกอบกับประสบการณ์ของอาเล็กที่เคยทำรายการและรีวิวร้านอาหาร ทำให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาแบรนด์อาหารของตัวเอง ก่อนจะเริ่มทดลองสูตรและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง
ในด้านยอดขาย ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่จำหน่ายได้ประมาณวันละ 100 กล่อง ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นราว 1,000 กล่องต่อวัน โดยมีภาพสินค้า Sold out ให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หลังยอดขายทะลุ 100 ล้านปีแรก Yolk ลุยต่อปีที่สอง ต่อยอดสู่เบเกอรี่+ชาเฮลท์ตี้ ขยายสาขาสู่ 12-15 สาขาปีนี้
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


