Synnex และ AWS เดินหน้าสร้าง AI ecosystem ในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว “AI Hub” เพื่อเชื่อมเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับพาร์ทเนอร์ โซลูชัน และความเชี่ยวชาญในประเทศ ผ่าน 5 pillars ตั้งแต่การพัฒนาโซลูชัน การสร้างทักษะ ไปจนถึงการทดลองใช้งานจริง หวังช่วยธุรกิจไทยเปลี่ยนจากการ “ทดลองใช้” สู่การสร้าง business impact และ ROI ที่วัดผลได้ พร้อมผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของ AI จากเครื่องมือดิจิทัลสู่เทคโนโลยีที่กำลังเข้าไปเปลี่ยนกระบวนการทำงานของภาคธุรกิจ โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนองค์กรที่ “ใช้ AI” แต่คือการทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้
Synnex และ AWS จึงเดินหน้าความร่วมมือสู่เฟสใหม่ ด้วยการเปิดตัว “AI Hub” ภายใต้แนวคิด “Empowering Thailand’s AI Transformation” เพื่อเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI เข้ากับพาร์ทเนอร์ โซลูชัน และความเชี่ยวชาญในประเทศ ตั้งแต่ SME ถึง enterprise พร้อมเร่งการนำไปใช้งานจริงและขยายผลในองค์กร
สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Synnex กล่าวว่า วันนี้ไม่จำเป็นต้องพูดแล้วว่า AI มีความล้ำสมัยมากเพียงใด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือองค์กรจะนำ AI มาใช้อย่างไรเพื่อสร้างมูลค่าให้ธุรกิจ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทย
“ถ้าวันนี้ AI เข้ามาช่วยให้บริษัทตัดสินใจได้เร็วขึ้น ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถนำสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้มากขึ้น ลองจินตนาการดูว่าเศรษฐกิจประเทศไทยของเราจะสามารถเติบโตได้มากแค่ไหน”
สุธิดามองว่าโอกาสจาก AI มีอยู่ในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 24% ของ GDP ประเทศไทย หากภาคอุตสาหกรรมสามารถนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพได้ ผลลัพธ์จะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับองค์กร แต่สามารถส่งต่อไปยังเศรษฐกิจในภาพรวม ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต การบริหารซัพพลายเชน การลดต้นทุนโลจิสติกส์ ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเฮลท์แคร์

AWS ชี้ธุรกิจไทยใช้ AI เพิ่ม แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ระดับพื้นฐาน
ด้าน วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว จากยุค chatbot และ generative AI ไปสู่ agentic AI ที่สามารถนำ AI agent หลายตัวมาทำงานร่วมกัน เพื่อรองรับงานที่ซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ระยะต่อไป AI จะเริ่มออกจากโลกดิจิทัลไปสู่โลกกายภาพ หรือ physical AI มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม
สำหรับประเทศไทย AWS พบว่า สัดส่วนธุรกิจไทยที่นำ AI มาใช้อย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นจาก 32% ในปี 2568 เป็น 43% ในปี 2569 จากผลสำรวจผู้นำธุรกิจและประชาชนรวม 2,000 คนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาระดับการใช้งาน พบว่า 74% ขององค์กรยังใช้ AI ในระดับพื้นฐาน เช่น chatbot หรือเครื่องมือสำเร็จรูปทั่วไป ขณะที่ 17% เริ่ม integrate AI เข้ากับกระบวนการทำงาน และมีเพียง 9% ที่อยู่ในระดับ advanced สามารถสร้าง AI ของตัวเองหรือฝัง AI เข้าไปใน workflow เพื่อแก้โจทย์ทางธุรกิจได้โดยตรง

วัตสันมองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งความก้าวหน้าและช่องว่างของตลาดไทย เพราะการลงทุน AI จะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เต็มศักยภาพ หากองค์กรยังใช้งานอยู่เพียงในระดับทั่วไป
AI ต้องเริ่มจาก Business Case ไม่ใช่เริ่มจากเทคโนโลยี
วัตสันย้ำว่า เทคโนโลยีเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของการทรานส์ฟอร์เมชัน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการกำหนด business strategy โดยองค์กรต้องรู้ก่อนว่าจะนำ AI ไปใช้เพื่ออะไร และต้องมี business case ที่ชัดเจน
“เราไม่สามารถปล่อยให้แต่ละทีมไปซื้อ subscription ของ AI มา แล้วบอกให้ทุกคนลองใช้กันเอง โดยไม่มีทิศทางขององค์กร ถ้าองค์กรยังไม่สามารถกำหนดนโยบายหรือจุดมุ่งหมายได้ว่าจะนำ AI มาใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างไร การลงทุนนั้นก็จะสูญเปล่า” วัตสันย้ำ ก่อนจะบอกว่า องค์กรจึงต้องกำหนด use case, owner และตัวชี้วัดผลลัพธ์ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินได้ว่าการลงทุน AI สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจมากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างเช่น KBank ที่นำ AI มาใช้เพิ่มขีดความสามารถของนักพัฒนา ช่วยให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้น รวมถึงนำ AI มาช่วย modernize และ migrate แอปพลิเคชัน จากเทคโนโลยีเดิมไปสู่เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นโดยที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ “โอสถสภา” ที่นำองค์ความรู้ภายในองค์กรมาเชื่อมกับ generative AI ผ่านแอปพลิเคชัน “OsotSphere” ให้พนักงานสามารถค้นหาความรู้และแก้ปัญหาในการทำงานได้ โดยสามารถระบุ use case ได้ถึง 59 กรณี และปัจจุบันระบบสามารถตอบคำถามพนักงานได้ประมาณ 1,450 คำถามต่อเดือน พร้อมขยายการใช้งานไปยังพนักงานประมาณ 5,000 คน
กรณีเหล่านี้สะท้อนว่า การนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลต้องเริ่มจากปัญหาของธุรกิจ แล้วจึงเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกเทคโนโลยีแล้วค่อยหาปัญหามารองรับ
Synnex x AWS จับมือสร้างโซลูชันจาก Pain Point
ความร่วมมือระหว่าง Synnex และ AWS เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2568 หลัง Synnex ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายโซลูชันคลาวด์ของ AWS ในประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีคลาวด์ให้กับธุรกิจไทย พร้อมให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การจัดจำหน่าย การทำตลาด การฝึกอบรมทางเทคนิคให้กับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AWS Cloud ไปใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
สำหรับในปีนี้ ความร่วมมือระหว่าง Synnex และ AWS เดินหน้าสู่การสร้าง AI ecosystem ในประเทศไทย ล่าสุด Synnex เปิดตัว “AI Hub” ภายใต้แนวคิด “Empowering Thailand’s AI Transformation” โดยพัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ของ AWS เพื่อทำหน้าที่เป็น AI acceleration platform เชื่อมเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเชี่ยวชาญในประเทศ เครือข่ายพาร์ทเนอร์ และโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
5 Pillars ขับเคลื่อน AI Hub สู่ Business Impact
AI Hub ของ Synnex นั้นขับเคลื่อนผ่าน 5 pillars สำคัญที่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโซลูชัน การสร้างทักษะ ไปจนถึงการทดลองใช้งานจริง ได้แก่
1. Partner AI solutions - รวบรวม AI solutions และ use cases จากพันธมิตรและ independent software vendors (ISVs) เชื่อมต่อกับ cloud infrastructure และ generative AI ของ AWS พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม ทั้ง manufacturing, retail, logistics, healthcare, insurance และ banking เพื่อขยายสู่ตลาดผ่าน partner ecosystem ของ Synnex
2. Partner AI delivery capability - พัฒนาทักษะทีมงานและเครือข่ายพันธมิตรด้านการส่งมอบโซลูชันแบบ end-to-end ตั้งแต่ solution architecture, application development, testing ไปจนถึง deployment เพื่อให้สามารถออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับโจทย์ของแต่ละองค์กร
3. Internal adoption of AI - สำหรับ Synnex มีการนำ AI มาใช้ภายในองค์กรเกือบ 90 use cases ภายใต้ responsible AI guidelines ช่วยเพิ่ม productivity 55% ลดระยะเวลาการทำงาน 59% และลดข้อผิดพลาด 60% โดยพนักงาน 94% ใช้ AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พร้อมพัฒนา power users สู่ AI champions และต่อยอดประสบการณ์ภายในสู่โซลูชันอย่าง AI Trust 1 – Intelligent Sales Assistant
4. Funding for AI competency partners - สนับสนุนพันธมิตรผ่าน DSA Partner Program และ FastTrack Academy ทั้งด้านเทคนิคและธุรกิจ พร้อมยกระดับ partner tier และต่อยอดสู่ AI competency รวมถึงโปรแกรม go-to-market เพื่อช่วยให้พันธมิตรเข้าถึงลูกค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจได้เร็วขึ้น
5. Technology showcase - เตรียมจัดตั้งพื้นที่สาธิต AI ในรูปแบบ physical AI demo space เปิดให้องค์กรเข้ามาสัมผัส ทดลอง และประเมิน AI solutions ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ก่อนตัดสินใจลงทุนและนำไปใช้งานจริง
ทั้งสองฝ่ายมองว่า AI Hub จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้กลายเป็น business impact ที่วัดผลได้จริง โดยเปิดทางให้องค์กรไทยสามารถค้นหาโจทย์ ทดลองโซลูชัน และขยายการใช้งาน AI ได้ตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึง enterprise
Synnex ใช้ AI จริง วัด Productivity และ ROI
สุธิดาระบุว่า บริษัทมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการลงทุนด้าน AI และคาดว่าจะลงทุนต่อเนื่องตามการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วงแรกไม่ได้คาดหวังว่า AI จะต้องสร้างรายได้โดยตรงทันที แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความพร้อมและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร
ปัจจุบันบริษัทเริ่มเห็นผลลัพธ์จากการเพิ่ม productivity โดยเมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้น สามารถรองรับงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรในสัดส่วนเดียวกัน ขณะที่อยู่ระหว่างการศึกษา ROI ให้ชัดเจนขึ้นในแต่ละแผนก
People คืออีกโจทย์ของการสร้างอีโคซิสเต็ม AI
ทั้งนี้ ทั้ง Synnex และ AWS มองตรงกันว่า การมี technology เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการทรานส์ฟอร์มองค์กร แต่ต้องมี business และ people ที่พร้อมด้วย
วัตสันกล่าวว่า องค์กรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ควรพัฒนาบุคลากรเดิมที่มีความเข้าใจธุรกิจและกระบวนการทำงานอยู่แล้วให้มีทักษะด้าน AI เพิ่มขึ้น
โดยปัจจุบัน AWS ระบุว่าได้ฝึกอบรมและอัปสกิลบุคลากรในประเทศไทยแล้วมากกว่า 100,000 คน และเตรียมทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อนำการพัฒนาทักษะไปสู่ลูกค้าและองค์กรต่างๆ มากขึ้น
ขณะเดียวกัน AWS ยังนำเสนอแนวคิด AI-Driven Development Life Cycle (AI-DLC) ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ AI เป็นผู้ช่วยกับการปล่อยให้ AI ทำงานทั้งหมด โดยให้มนุษย์กำหนดความต้องการ ตรวจสอบแผน และตรวจสอบผลลัพธ์ในแต่ละขั้นตอน ขณะที่ AI เข้ามาช่วยดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความเร็วโดยยังคงอาศัยองค์ความรู้และการตัดสินใจของมนุษย์
AWS ลงทุน 5 พันล้านเหรียญ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทย
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการสร้าง AI Hub คือโครงสร้างพื้นฐาน โดย AWS ได้ประกาศลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลอดระยะเวลา 15 ปี ผ่านการจัดตั้ง AWS Asia Pacific (Thailand) Region และทยอยเพิ่มบริการที่ให้บริการจากประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจไทยและสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันและ AI ภายในประเทศ
ขณะที่ Synnex เข้ามาเติมเต็มในส่วนของตลาดไทยผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์ ความเชี่ยวชาญ และโซลูชันที่ออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจแต่ละประเภท ทำให้ความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายกำลังขยับจากการนำเทคโนโลยีเข้าสู่ตลาด สู่การสร้าง ecosystem ที่เชื่อม technology–partner–business–people เข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจไทยให้เกิดขึ้นในวงกว้างมากขึ้น
ภาพ: Synnex
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ผลทดสอบชี้ AI Agent ปลอมตัวตน หลอกคนจริง หวังฝังโค้ดอันตราย
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


