CAAT ปรับกลยุทธ์สร้างมาตรฐานใหม่ "สนามบินเล็ก" พร้อมให้ "ส่วนลด" ดึงดูดใจ "สายการบิน" ขยายบริการสู่จังหวัดเมืองรองเพิ่มขึ้น

CAAT ปรับกลยุทธ์สร้างมาตรฐานใหม่ "สนามบินเล็ก" พร้อมให้ "ส่วนลด" ดึงดูดใจ "สายการบิน" ขยายบริการสู่จังหวัดเมืองรองเพิ่มขึ้น

FORBES THAILAND / ADMIN
24 Aug 2026 | 02:06 PM
READ 134

CAAT เผยแผนกลยุทธ์ "สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก" ยกระดับมาตรฐานให้สนามบินในจังหวัดเมืองรอง พร้อมปรับลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยานและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% ทั้งเส้นทางภายในและระหว่างประเทศ หวังดึงดูดใจ "สายการบิน" ขยายบริการสู่ภูมิภาคเพิ่มขึ้น หลังจาก 7 เดือนแรกของปี 2569 มีผู้โดยสารเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินทั้งหมดราว 85 ล้านคน


    สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เดินหน้ายกระดับความพร้อมของสนามบินภูมิภาคและโครงข่ายการบินของประเทศ รับการเดินทางทางอากาศที่ขยายตัว แม้จะเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีจำนวนผู้โดยสารทางอากาศรวม 85.16 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

    โดยผู้โดยสารภายในประเทศ มีจำนวน 39.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นคิดเป็น 1.64% ขณะที่ผู้โดยสารระหว่างประเทศ มีจำนวน 45.91 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.34% พร้อมชูแนวคิด “สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก” ยืนยันการเติบโตของสนามบินทุกระดับต้องอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยและความพร้อมที่เหมาะสมกับภารกิจ ควบคู่การพัฒนาระบบน่านฟ้าและการบริหารจราจรทางอากาศ การให้บริการการเดินอากาศที่เหมาะสม เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน

    พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เผยว่า การเติบโตของการบินภูมิภาคเป็นโอกาสสำคัญในการกระจายการเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นจากศูนย์กลาง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้นลงของอากาศยาน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจกับเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางการบินหลัก 

    สนามบินภูมิภาคที่มีความพร้อมจึงช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง เชื่อมเมืองรองเข้ากับเมืองหลัก และเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในพื้นที่ โดยการเติบโตของการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาสนามบินภูมิภาคให้มีศักยภาพรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างและหลากหลาย ทั้งในด้านบทบาทของสนามบิน ปริมาณและลักษณะการจราจร ตลอดจนโอกาสทางเศรษฐกิจที่แต่ละเมืองสามารถต่อยอดได้

    “ช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 มีผู้โดยสารภายในประเทศ 39.26 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.64% เที่ยวบินภายในประเทศ 281,896 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.77% ที่มุ่งตรงสู่สนามบินภูมิภาคต่างๆ ซึ่งข้อมูลของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ระบุว่าในปี 2568 มีผู้โดยสารใช้บริการสนามบินในความรับผิดชอบรวม 14,230,036 คน โดยสนามบินศักยภาพสูง 6 แห่ง ได้แก่ สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช อุดรธานี และกระบี่ มีผู้โดยสารเฉลี่ย 2,500-5,000 คนต่อวัน สะท้อนว่าการเดินทางทางอากาศในภูมิภาคมีฐานความต้องการที่ชัดเจน และสนามบินมีบทบาทในการเชื่อมโยงผู้โดยสารกับเมืองและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่”



    สำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศ มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มีจำนวน 45.91 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.34% เที่ยวบินระหว่างประเทศ 263,598 เที่ยวบิน ลดลง 1.63% 

    อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคยุโรป ยังคงขยายตัวได้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของสายการบินและแนวโน้มของผู้โดยสารที่เลือกใช้เที่ยวบินตรงเพิ่มขึ้น แทนการเดินทางแบบต่อเครื่องผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง 

    ส่งผลให้ในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 16,998 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 9.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการขยายตัวของเที่ยวบินตรงระหว่างไทย-ยุโรปท่ามกลางข้อจำกัดของเส้นทางผ่านตะวันออกกลาง

    ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ CAAT ยังกล่าวเสริมว่า การพัฒนาสนามบินภูมิภาคให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การขยายขนาดหรือเพิ่มเที่ยวบินให้ทุกแห่งด้วยรูปแบบเดียวกัน แต่ต้องออกแบบระดับการพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพ ความต้องการ และภารกิจของแต่ละพื้นที่ พร้อมยกระดับองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ตั้งแต่ขีดความสามารถของสนามบิน ระบบน่านฟ้าและการบริหารจราจรทางอากาศ รูปแบบการให้บริการการเดินอากาศ ความพร้อมของสายการบินและบุคลากร ไปจนถึงระบบคมนาคมที่เชื่อมต่อกับสนามบิน 

    CAAT จึงดำเนินการพัฒนาภายใต้หลักคิด "สนามบินเล็ก มาตรฐานไม่เล็ก" ซึ่งไม่ได้มุ่งเป้าให้ทุกสนามบินต้องมีขนาดหรือรูปแบบการดำเนินงานเหมือนกัน แต่ทุกแห่งต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยและระดับความพร้อมที่เหมาะสมกับบทบาท ปริมาณและลักษณะการจราจร รวมถึงความเสี่ยงเฉพาะของตนเอง เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโต เชื่อมต่อกับโครงข่ายการบินของประเทศ และเปลี่ยนศักยภาพของแต่ละพื้นที่ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมวางแนวทางการกำกับดูแลใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

    1. การยกระดับมาตรฐานความพร้อมของสนามบินภูมิภาค ประเมินขีดความสามารถของสนามบิน พื้นที่ปฏิบัติการ สิ่งอำนวยความสะดวก และองค์ประกอบด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับปริมาณและลักษณะของการจราจร 

    2. การพัฒนาระบบน่านฟ้าและการบริหารการจราจรทางอากาศ ให้สามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 

    3. การนำ Aerodrome Flight Information Service หรือ AFIS มาใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและความหนาแน่นของการจราจรในแต่ละสนามบิน 

    4. การกำกับดูแลผู้ประกอบการสายการบินและเส้นทางบินใหม่ตามมาตรฐาน โดยพิจารณาความพร้อมของผู้ดำเนินการเดินอากาศ อากาศยาน บุคลากร และระบบการปฏิบัติการ ควบคู่กับความต้องการของตลาดและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

    ขณะเดียวกัน กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ดำเนินแนวคิด “Airport For Regional Development” เพื่อใช้ท่าอากาศยานเป็นกลไกเชื่อมโยงการคมนาคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว พร้อมออกมาตรการปรับลดค่าบริการขึ้นลงอากาศยานและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สายการบินขยายเครือข่ายการบินเข้าสู่ภูมิภาค 

    โดยสายการบินใหม่ได้รับส่วนลดเป็นระยะเวลา 6 เดือน และเส้นทางบินใหม่ได้รับส่วนลดเป็นระยะเวลา 1 ปี มาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2570 โดยสายการบินที่ประสงค์เข้าร่วมสามารถยื่นหนังสือแจ้งความจำนงต่อกรมท่าอากาศยาน


ภาพ : CAAT




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ตั๋วเครื่องบินก็ผ่อนได้! “เวียตเจ็ท” ผนึก ShopeePay ให้บินก่อน จ่ายทีหลังผ่าน SPayLater ผ่อนสูงสุด 12 เดือน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine