พลัง “ลิซ่า” ดันคนแห่เที่ยวไทย! Traveloka เผยยอดจองที่พักพุ่ง 30% เมืองรอง อุดรธานี-ระยองก็รับอานิสงส์

พลัง “ลิซ่า” ดันคนแห่เที่ยวไทย! Traveloka เผยยอดจองที่พักพุ่ง 30% เมืองรอง อุดรธานี-ระยองก็รับอานิสงส์

FORBES THAILAND / ADMIN
15 Jun 2026 | 05:15 PM
READ 87

Traveloka เผยยอดจองที่พักพุ่งสูงกว่า 30% หลัง ททท. คว้าตัว "ลิซ่า" นำทัพแคมเปญใหม่ปลุกท่องเที่ยวไทย ชี้ดึงดูดทั้งคนไทยและต่างชาติแห่เดินทางตามรอย ดันเมืองรองอย่าง “อุดรธานี-ระยอง” ขึ้นแท่นเดสติเนชันยอดฮิต พร้อมมองเป็นโอกาสทองของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่จะเร่งเตรียมความพร้อม เพื่อเปลี่ยนกระแสความนิยมให้เป็นรายได้หมุนเวียนในระยะยาว


    ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันแย่งชิงนักท่องเที่ยวหลังยุคฟื้นฟู การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เดินหมากเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญผ่านแคมเปญ “Feel All the Feelings” ภายใต้ร่มใหญ่ Amazing Thailand โดยดึงตัวอิทธิพลระดับโลกอย่าง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล มาเป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของไทย

    โดยแคมเปญนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อสร้าง Brand Awareness ในระดับสากล แต่ถูกวางบทบาทให้เป็นสปริงบอร์ดทางเศรษฐกิจ โดย ททท. ประเมินว่ากลยุทธ์นี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 5-10 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินสะพัดราว 2.5-5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะพารายได้รวมของการท่องเที่ยวไทยไปแตะเป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทภายในปี 2569


ตัวเลขจริงยืนยัน ยอดจองพุ่งรับเป้า ททท.

    ซึ่งจากภาพดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่การคาดการณ์ แต่เริ่มก่อตัวเป็นรูปธรรมในภาคธุรกิจจริง ข้อมูลเชิงลึกล่าสุดจากแพลตฟอร์ม Traveloka ยืนยันถึงทิศทางบวกที่ชัดเจน โดยสถิติในปี 2569 ระบุว่า ดีมานด์การท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยขยับตัวสูงขึ้นถึง 25% 

    ในขณะที่ความต้องการเดินทางเข้าไทยของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น 10% สะท้อนให้เห็นว่าแคมเปญนี้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังคึกคักได้อย่างถูกจังหวะ

    เมื่อเจาะลึกถึงฐานลูกค้าต่างชาติ พบว่าภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นขุมกำลังหลัก นำโดยอินโดนีเซีย, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น ไปจนถึงมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวอย่างจีน รวมถึงออสเตรเลียและเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มียอดจองที่พักในไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

    ดังนั้น จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าภาพลักษณ์ที่สื่อสารผ่านตัวลิซ่าสามารถทลายกำแพงวัฒนธรรม และกระตุ้นการตัดสินใจของนักเดินทางทั่วภูมิภาคได้อย่างตรงจุด


เปิดโผเดสติเนชันยอดฮิต อานิสงส์การตามรอย

    แรงกระตุ้นดังกล่าวยังสะท้อนผ่านพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการแห่ "ตามรอย" สถานที่ในแคมเปญ ซึ่งส่งผลให้ยอดการค้นหาและการจองที่พักพุ่งสูงขึ้น โดยไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่แลนด์มาร์กหลักอย่างวัดอรุณราชวรารามฯ ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังกระจายความสนใจไปยังเดสติเนชันอื่นๆ อีกด้วย

    เห็นได้จากการที่จังหวัดอุดรธานี ก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ โดยมีทะเลบัวแดงเป็นแม่เหล็กดึงดูดกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ขณะที่เดสติเนชันยอดฮิตอย่างเชียงใหม่ ก็มียอดค้นหาวัดเจดีย์หลวงวรวิหารเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 

    ในขณะเดียวกัน เดสติเนชันทางเลือกที่เน้นความสงบและเป็นส่วนตัวอย่าง เกาะทะลุ จังหวัดระยอง ก็เริ่มเข้ามาอยู่ในเรดาร์ของนักเดินทางต่างชาติ ถือเป็นการกระจายรายได้สู่เมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างเป็นรูปธรรม


เปลี่ยนแรงบันดาลใจ สู่การเดินทางจริง

    ทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของ Traveloka ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปรากฏการณ์นี้คือบทพิสูจน์ว่า เมื่อคอนเทนต์ที่ทรงพลังผสานเข้ากับแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อการจองได้ทันที แรงบันดาลใจจะถูกเปลี่ยนเป็นการเดินทางจริง

    "เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่านักเดินทางยุคใหม่พร้อมที่จะเปิดรับประสบการณ์นอกเหนือจากเมืองท่องเที่ยวหลักที่คุ้นเคย และออกสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ที่พวกเขาได้รู้จักผ่านแคมเปญนี้มากขึ้น"

    ท้ายที่สุดแล้วปรากฏการณ์ "Lisa Effect" ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าพลังของ Pop Culture และผู้มีอิทธิพลระดับโลกสามารถชี้นำทิศทางการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้โจทย์ท้าทายต่อไปของภาคธุรกิจคือ การเร่งเตรียมระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ให้พร้อมรองรับคลื่นนักท่องเที่ยวเหล่านี้ เพื่อเปลี่ยนกระแสความสนใจที่เกิดขึ้น ให้กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว


ภาพ : Traveloka




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คลับเมด เผย ปี 68 นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปสกีรีสอร์ตที่ญี่ปุ่นจำนวนมาก หนุนมูลค่าธุรกิจในไทยโตพุ่ง 15% จากปีก่อนหน้า

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine